สวัสดีทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน Blog นี้นะครับ วันนี้ผมจะมารีวิวการเรียนในวิศวะจุฬาภาครวมปี 1 ปีการศึกษา 2565 นะครับ โดยหลักๆจะเน้นไปที่ตัววิชาที่เรียนครับ จะเป็นยังไง มาดูกันเลย!!!!
รูปแบบการเรียน
ในวิศวะจุฬาปี 1 จะแบ่งนิสิตออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆเลยคือ นิสิตที่เลือกภาคตั้งแต่แรก และนิสิตที่ยังไม่เลือกภาค หรือที่เรียกกันว่า "ภาครวม" ครับ ซึ่งนิสิตกลุ่มนี้จะต้องทำเกรดเพื่อใช้เลือกภาคตอนขึ้นปี 2 และผมก็เป็นหนึ่งในนี้ครับ ซึ่งเกณฑ์การเลือกภาค ก็ตามตารางด้านล่างเลยครับ
จากตาราง จะสังเกตได้ว่ามีทั้งหมด 14 วิชา โดยที่แต่ละเทอมจะได้เรียน 7 วิชา และด้วยความที่คณะวิศวะเป็นคณะที่มีจำนวนนิสิตเยอะมาก เลยมีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตามนี้ครับ (แบ่งตามรหัสนิสิตนะ)
1. Calculus I
การตัดเกรด: อิงเกณฑ์ (Midterm 50 + Final 50)
เนื้อหาที่เรียน: ลิมิต, ความต่อเนื่อง, ดิฟ, อินทิเกรต, โจทย์ประยุกต์ต่างๆ
รีวิว: ด้วยความที่พื้นฐานเลขม.ปลายของผมค่อนข้างดี เลยทำให้เรียนได้รู้เรื่องระดับหนึ่ง ดังนั้น ผมแนะนำให้ทุกคนอย่าทิ้งเลขม.ปลายบทแคลคูลัสเป็นอันขาด
ในส่วนมิดเทอม ข้อสอบส่วนใหญ่จะเป็นการแทนสูตรตอบ พูดง่ายๆคือถ้าจำสูตรได้ก็สบาย (แต่มันจะนานตรงจำสูตรนี่แหละ มันเยอะ) อาจจะมีพวกโจทย์ปัญหาเข้ามานิดหน่อย แต่ผมว่าโดยรวมก็คือเนื้อหาม.ปลายแต่อาจจะต้องจำสูตรการดิฟเพิ่มเท่านั้นเอง ความยากคือการแสดงวิธีทำ เพราะผมมองว่าเนื้อหาบทนี้มันเขียนวิธีทำค่อนข้างยาก ถ้าจะเอาให้ถูกหลักการแบบเป๊ะๆอะ เพื่อนผมหลายๆคนทำได้ทุกข้อแต่ก็ได้คะแนนออกมาน้อยกว่าที่คิดกัน (รวมถึงผมด้วย 5555)
ในส่วนไฟนอล เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นการฝัน (มันจะแนวๆ Integration Bee อะ อธิบายไม่ถูก) ละก็จะมีเนื้อหาพวกอินทิเกรตแบบแปลกๆเข้ามาด้วย ซึ่งตรงนี้จะเริ่มห่างออกจากม.ปลายละ ความพีคของข้อสอบปีนี้คือ เติมคำหมดทุกข้อ นั่นหมายความว่า คิดเลขผิด = 0 !!! แถมยังเป็น speed test มาก เพื่อนผมหลายๆคนมาตกม้าตายตอนไฟนอลกัน ดังนั้น ผมเลยอยากบอกว่า ทำคะแนนมิดเทอมไว้เยอะๆดีสุด
แต่โดยรวม ผมมองว่าข้อสอบปีนี้ง่ายกว่าข้อสอบของปีที่ผ่านๆมาเยอะมาก ดังนั้นผมเชื่อว่าถ้าฝึกทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ ยังไงก็ไม่มีปัญหาแน่นอน (เอาจริงบางข้อผมว่าง่ายมากๆ แทบจะมองตอบเลย)
ปล.ไม่แนะนำให้พิสูจน์สูตรแบบสดๆในห้องสอบ ถ้าไม่ได้ทำเร็วจริงๆ ยอมเสียเวลานั่งจำสูตรดีกว่าไป เสียเวลา derive สูตรในห้องสอบนะคับบบ
คำแนะนำ: ทำโจทย์เยอะๆ และฝึกใช้สูตรบ่อยๆ เดี๋ยวก็จำได้เอง และที่สำคัญคือฝึกความรอบคอบและความเร็วในการคิดเลขด้วย เพราะวิชานี้ไม่ให้ใช้เครื่องคิดเลขตอนสอบนะครับ
2. General Physics I
การตัดเกรด: อิงเกณฑ์ (Midterm 50 + Final 50 + HW 4)
เนื้อหาที่เรียน: กลศาสตร์, งาน-พลังงาน, การหมุน, ของไหล, คลื่น, เสียง, แสง, เทอร์โมไดนามิกส์
รีวิว: ด้วยความที่จำนวนบทเยอะมาก และมันเหมือนการยัดม.ปลาย 3 เทอมไว้ในเทอมเดียว เลยอยากจะบอก(อีกครั้ง)ว่า "อย่าทิ้งเนื้อหาม.ปลาย" เพราะเอาจริงๆข้อสอบหลายข้อมันคือข้อสอบม.ปลายเลย แต่อาจจะมีการใช้แคลคูลัสเล็กน้อย แต่ถ้าจับหลักได้ก็ไม่ยาก ยกเว้นบางเรื่องที่ไม่มีในหลักสูตร เช่น การหมุน ส่วนข้อดีของวิชานี้คือ ข้อสอบจะมีสูตรมาให้ ดังนั้น เราไม่ต้องเสียเวลาจำสูตร แค่ต้องเข้าใจว่าตัวแปรแต่ละตัวหมายถึงอะไรและสูตรนี้ใช้ยังไงก็พอ
ลักษณะข้อสอบ: ข้อสอบจะมี 12 ข้อ คะแนนรวม 102 คะแนน แล้วเอามาหารเป็น 50 คะแนนอีกที
โดยที่จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ
- ส่วนที่ 1 คือเอามาจากการบ้านที่อาจารย์ให้ทำ มี 6 ข้อ รวม 30 คะแนน ซึ่งเขาจะมีเฉลยให้ เราก็แค่อ่านทำความเข้าใจ (หรือจะท่องไปสอบเลยก็ได้ 555) ซึ่ง ผมแนะนำให้เก็บคะแนนจากส่วนนี้มากที่สุด
- ส่วนที่ 2 คืออาจารย์ออกเอง (หรือที่เรียกว่าข้อสอบกลาง) มี 6 ข้อ รวม 72 คะแนน ซึ่งโจทย์ส่วนใหญ่มักจะแบ่งเป็นข้อย่อยเล็กๆให้ ข้อละ 2-4 คะแนน ซึ่งหลายๆข้อก็มักจะ guide วิธีให้อยู่แล้วว่าต้องทำยังไงบ้าง แต่ก็มีบ้างที่ต้องคิดเองหมด ซึ่งส่วนตัวผมว่าค่อนข้างยากระดับนึง แต่ถ้าเตรียมตัวมาดีๆ และเขียนวิธีทำเร็วพอ ก็เอาตัวรอดได้ (เพื่อนผมได้ 40+/50 กันเยอะเลย)
คำแนะนำ: วิชานี้ให้ความสำคัญกับการเขียนวิธีทำมากกว่าคำตอบมากๆ ผมแนะนำว่าถ้าคิดไม่ออก ให้ลองเขียนหลักการ, ทฤษฎีต่างๆลงไป เดี๋ยวก็ได้คะแนนเอง (แต่อย่า make up ขึ้นมานะ) และที่สำคัญคือ ฝึกทำโจทย์เยอะๆๆ
3. General Physics Laboratory I
การตัดเกรด: ควิซ 10 + เข้าเรียน 60 + Final 30 (NO MIDTERM jaa)
รีวิว: วิชานี้ไม่มีอะไรมาก ก็คือเขาจะจัดกลุ่มแลป กลุ่มละ 3 คนเรียงตามรหัสนิสิต ละเราก็ไปฟังครูเขาอธิบาย ละก็ทำแลป พล็อตกราฟ สรุปผลการทดลอง ละก็ส่ง ถ้าทำเสร็จเร็วก็ได้ออกเร็ว แค่นี้เลย 5555
คำแนะนำ: อย่าลืมทำ quiz ก่อนเข้าเรียนด้วย (10 คะแนนเลยนะ) ส่วนไฟนอลก็อ่านสรุปของรุ่นพี่เขาก็พอละ ละก็แนะนำให้ฝึกวิเคราะห์ข้อมูล, กดเครื่องคิดเลขตั้งแต่ตอนทำแลป เพราะจะช่วยตอนสอบได้จริงๆ ละก็ขาดได้ไม่เกิน 2 ครั้งนะคับ ไม่งั้นติด F ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัยจริงๆก็ติดต่อขอชดเชยได้ภายใน 2 สัปดาห์นับจากวันที่ขาด
4. Experiential English I
การตัดเกรด: อิงเกณฑ์ (Attendance 5 + Writing 10 + Presentation 20 + Reflection 5 + Midterm 30 + Final 30)
วิชานี้จะแบ่งเป็น SEC ย่อยๆ ตามรหัสนิสิต โดยแต่ละเซคจะมี 35 คน ซึ่งก็ต้องไปลุ้นดวงชะตาเอาเองว่าจะได้เจอครูคนไหน (และประเด็นคือ ผมเจอครูกดคะแนนด้วย)
ปล.ทุกคณะเรียนวิชานี้นะ
รีวิว:
- Attendance - ของเซคผมเป็นการพิมพ์ชื่อในไลน์กลุ่ม เนียนได้ 5555
- Writing - มี 4 ครั้ง ครั้งละ 2.5 คะแนน โดยมีทั้งงานเดี่ยวและงานคู่ แล้วพอเขียนเสร็จอาจารย์จะตรวจแล้วให้ feedback มา
- Presentation - มี 2 ครั้ง ครั้งละ 10 คะแนน โดยที่เขาจะกำหนดหัวข้อมาให้ แล้วเราก็ไปเตรียมสไลด์กับบทพูด ละก็ซ้อมพรีเซ้น ไม่แนะนำให้ดูโพยเพราะอาจจะโดนหักคะแนนได้ ถ้าจำไม่ได้จริงๆก็เขียนบทพูดเต็มๆไว้ในสไลด์ละอ่านตามเลยก็ได้
- Reflection - อันนี้คือให้ไปทำกิจกรรมใน CULI มา 2 อัน ละก็มาตอบคำถาม ประมาณว่าได้เรียนรู้อะไรจากการเข้าร่วมบ้าง
ปล.เอาจริงๆมัน fake ได้ - Midterm & Final - ข้อสอบจะแบ่งเป็น 2 พาร์ท พาร์ท 1 เป็นช้อยส์ (reading) 15 ข้อ 15 คะแนน ซึ่งอารมณ์ก็เหมือนทำ TGAT Eng แหละแต่ว่าช้อยส์คือกำกวมมาก ตัดเหลือ 2 ช้อยส์ตลอด ละพาร์ท 2 ก็จะเป็นเขียน 15 คะแนน โดยที่เขาจะมีหัวข้อมาให้เลือก ผมแนะนำให้เขียนหัวข้อที่เรามีประสบการณ์ด้านนั้นๆมาก่อน จะได้เร็ว
- หัวข้อที่ผมจำได้
- การลดโลกร้อน
- การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต
5. Computer Engineering (COM PROG) หรือ การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น - The 1st BOSS
การตัดเกรด: อิงเกณฑ์ (Attendance 10 + HW 20 (2+3+4+5+6) + Midterm 10 + Final 20 + สอบ Grader 40 (10+15+15))
วิชานี้เป็นวิชาสำคัญของคณะวิศวะ และก็เป็นวิชาที่"เชือด"หลายคนๆมาแล้วเหมือนกัน (รวมถึงผมด้วยแหละ) เพราะความที่ใช้โปรแกรมตรวจ หมายความว่า Output ไม่ตรง = ได้ 0 !!! ซึ่งด้วยเหตุนี้ ทำให้คนถอนวิชานี้กันเกือบ 100 คน (ต่อ 1 เทอม) เลยแหละ (เอาง่ายๆอัตราการถอนประมาณ 1:5 หรือ 1:6)
รีวิว:
- Attendance - ขึ้นอยู่กับ Sect ของผมคือให้ทำ grader ข้อที่อาจารย์สั่ง ถูกผิดไม่ว่ากัน
- Homework - อันนี้เขาก็จะสั่งงานมา ให้เวลาทำ 1 อาทิตย์ ซึ่งประเด็นคือยากมากกกกกก ส่วนใหญ่คือผมขอโค้ดเพื่อน ศึกษาวิธีคิด และเอามาเขียนใหม่ในรูปแบบของตัวเอง
- CAUTION: อย่าลอกโค้ดเพื่อนมาส่งเด็ดขาด เพราะถ้าอาจารย์จับได้ ผลคือจะได้ 0 ทั้งคู่ เอาจริงๆเปลี่ยนตัวแปรเฉยๆก็อาจจะไม่พอด้วยซ้ำ แต่ถ้าเปลี่ยนลำดับการดำเนินการ แบบสลับบรรทัดกัน ละก็เปลี่ยนชื่อตัวแปร หรือไม่ก็ทำคำสั่งให้มันดูยาวขึ้น อันนี้ก็น่าจะได้อยู่นะ (แต่จริงๆการที่จะทำแบบนี้ได้ ก็ต้องแกะโค้ดได้ระดับนึงแหละ)
- Midterm - เป็นช้อยส์ 60 ข้อ โดยเขาจะมีโค้ดมา ละให้เราตอบว่า Output คืออะไร (ซึ่งหมายความว่า เราต้อง "รันโปรแกรม" ในหัวของเรานั่นเอง) ละประเด็นคือ อาจารย์ออกข้อสอบได้กวนมาก บางข้อคือแอบใส่ช่องว่างเพิ่ม 1 ช่องไรงี้
- Final - เป็นช้อยส์ 50 ข้อ 50 คะแนน และ"เขียน"โค้ด 60 คะแนน รวม 110 คะแนน แล้วเอามาหารเป็น 20 คะแนน ซึ่งคำว่าเขียนโค้ดก็คือ ให้เขียนลงไปในกระดาษเลยอะ ก็เป็นอะไรที่แปลกๆอยู่
- ช้อยส์จะมี 2 พาร์ท
- พาร์ท 1 คือความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เบื้องต้น 10 ข้อ
- พาร์ท 2 คือเหมือนมิดเทอม ให้รันโค้ดในหัว แต่คราวนี้อาจารย์ใจดีขึ้นเยอะ (มั้ง)
- เติมมี 3 พาร์ท
- พาร์ท 1 ออก String, List มี 2 ข้อ ไม่มีอะไรเลย
- พาร์ท 2 ออก NumPy มี 3 ข้อ ข้อสอบจะคล้ายแบบฝึกหัดใน grader
- พาร์ท 3 ออก Class 1 ข้อใหญ่ อันนี้ก็อป grader มาออกตรงๆเลย (ข้อ Piggybank)
- สอบ Grader (REAL BOSS) - เป็นสิ่งที่ทำให้ผมเครียดที่สุด เพราะมันยากมาก คะแนนหายไปกับส่วนนี้เยอะมาก การสอบจะแบ่งเป็น 3 รอบ รอบละ 10,15,15 คะแนน โดยแต่ละรอบจะมีโจทย์ 3 ข้อ เป็นแนวโจทย์ปัญหา ให้เวลา 90 นาที ยกเว้นครั้งสุดท้ายที่ให้ 120 นาทีเพื่อช่วยเด็ก โดยที่โจทย์แต่ละข้อบอกเลยว่า โหดใช้ได้เลยแหละ แถมเวลา 90 นาทีก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นด้วย แต่ประเด็นคือ มันจะมีพวกเซียนๆ สอบทีไรก็ได้ 300 เต็มตลอด (แอบอิจฉาอะพูดตรงๆ) ปล. ความยากของการสอบ grader อีกอย่างคือ ใช้โปรแกรมตรวจ (ก็ตามที่เขียนไปตอนแรกอะแหละ)
คำแนะนำ: ทำโจทย์ใน grader เยอะๆ และควรฝึกซ้ำด้วย จะได้คล่องๆ แนะนำให้ฝึก debug โปรแกรมหาจุดผิดเองให้เป็น และที่สำคัญคือ อย่าท้อครับ ต้องอดทนมากๆ การนั่งเขียนโค้ด 1 ชม. แต่ไม่มีคะแนน หรือการนั่ง debug code 1 ชม. ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ แต่ผมอยากบอกว่า ถ้าเราให้เวลากับมันมากๆ สุดท้ายเราก็จะทำได้เองครับ ละก็ผมแนะนำให้ดูคลิปของอาจารย์สมชายใน youtube ครับ อาจารย์เฉลยทุกข้ออย่างละเอียดมาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มเรียนใหม่จริงๆ
6. Exploring Engineering World
การตัดเกรด: อิงเกณฑ์ (Attendance 15 + Lecture 35 + Workshop 50)
รีวิว : วิชานี้ก็คือเขาจะให้เลือก Cluster ละก็จะมีให้ทำ Workshop โดยหลักๆจะเป็นการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ อย่างกลุ่มผมก็ทำ "ทางม้าลายอัจฉริยะ" เพื่อช่วยเหลือคนข้ามถนนให้เดินได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น (เขาจะจับกลุ่มให้) นอกจากนั้นก็จะมีงานเดี่ยว ซึ่งเยอะมากๆ มีทั้ง quiz, feedback, reflection, design thinking แต่งานพวกนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่ตอบคำถามให้ครบก็ได้คะแนนละอะ แต่ที่สำคัญคืออย่าลอกเพื่อนเด็ดขาด ไม่งั้นโดนหัก 5 คะแนนดิบๆเลย
ปล.วิชานี้ช่วยพัฒนา skill การ "แถ" ของผมได้เยอะมาก 5555
คำแนะนำ: ส่งงานให้ครบ แล้วก็วันที่เลือกคลัสเตอร์ก็เลือกไวๆ แนะนำให้เลือก Eco, Disaster แต่จริงๆไม่ว่าคลัสเตอร์ไหนก็มีโอกาสได้ A เหมือนกันหมดเพียงแต่ความยากง่ายจะต่างกันเท่านั้นเอง
7. Engineering Materials
การตัดเกรด: อิงเกณฑ์ (Midterm 50 + Final 50)
ก่อนอื่นเลยผมต้องบอกว่าผมอาจจะมีอคติกับวิชานี้ เพราะส่วนตัวเป็นคนไม่ชอบท่องจำ และที่สำคัญเลยคือเป็นวิชาเดียวในเทอม 1 ที่ไม่ได้ A (ขาดไป 3 คะแนน T_T) ดังนั้น รีวิวอาจจะออกมาในแง่ลบเล็กน้อย ถถถ
รีวิว : วิชานี้เอาจริงๆก็เหมือนเรียนเคมีท่องจำผสมชีวะอะ เนื้อหาหลักๆก็คือจำอย่างเดียว ไม่ต้องวิเคราะห์อะไรมาก ซึ่งหลักๆก็จะเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติ ประเภทของวัสดุ ละก็การใช้งาน อะไรพวกนี้ ข้อสอบ Midterm จะมีช้อยส์ 50 ข้อ เติมอีก 25 ข้อ ส่วนไฟนอลจะเป็นช้อยส์ 100 ข้อ เอาจริงตอนเรียนผมรู้สึกว่ามันน่าเบื่อมากเลยนะเมื่อเทียบกับวิชาอื่นๆ บางอย่างก็งงว่าต้องรู้ด้วยเหรอ คะแนนสอบมันเลยจะน้อยๆหน่อย 555
คำแนะนำ : เน้นอ่านเยอะๆ ท่องบ่อยๆ ครับ ไม่มีอะไรแนะนำละ 555
8. Calculus II
การตัดเกรด: อิงเกณฑ์ (Midterm 50 + Final 50)
เนื้อหาที่เรียน:
- มิดเทอม - อนุกรม เวกเตอร์สามมิติ
- ไฟนอล - ฟังก์ชันหลายตัวแปร Diff Equa เบื้องต้น
รีวิว: บทนี้ในส่วนของมิดเทอมจะเป็นเนื้อหาใหม่มากๆ เล่นเอาซะผมแทบไปไม่เป็นเลย ส่วนไฟนอลก็ใช้ความรู้ของแคล 1 ได้เยอะ เลยค่อนข้างง่ายกว่า โดยรวมคือเป็นการเรียนเลขที่เหนื่อยสุดในชีวิตละ
ในส่วนมิดเทอม เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นการพิสูจน์อนุกรมลู่เข้า-ลู่ออกโดยใช้วิธีต่างๆ ซึ่งประเด็นคือมันต้อง"จำ"วิธีเข้าไปเลย ซึ่งช่วงแรก ผมก็จำผิดๆถูกๆ จำเงื่อนไขไม่ได้บ้าง หรือไม่ก็ฝันไม่ออกว่าจะต้องเลือกวิธีอะไร เท่านั้นยังไม่พอ เวกเตอร์ที่ตอนแรกผมคิดว่าไม่น่ายาก กลับมีสูตรมาให้จำเยอะมาก ยอมรับเลยว่าช่วงแรกทำแบบฝึกหัดแทบไม่ได้เลย ต้องเปิดสูตรไปมาตลอด (พูดง่ายๆคือ เป็นเลขสายทฤษฎีส่วนใหญ่) แต่ไปๆมาๆพอเริ่มทำได้แล้ว มันจะสบายมาก เพราะโจทย์ก็คือแทนสูตรตรงๆแบบไม่พลิกแพลงอะไรเลย 5555 ส่วนที่เป็นวิธีทำคือมันตายตัวอยู่แล้วว่าต้องเขียนยังไง เอาเป็นว่าถ้าจับหลักได้คือคะแนนพุ่งเลยอะ
ในส่วนไฟนอล เนื้อหาส่วนใหญ่จะคล้ายๆตอน Cal 1 ทำให้ผมสามารถใช้บุญเก่าได้เยอะพอสมควร แต่ที่ยากคือการแก้ Diff Equa ซึ่งก็ต้องนั่งจำวิธีแก้สมการเข้าไปอีก (คือถ้าจะฝันก็ได้นะ แต่ถ้าไม่มีประสบการณ์มากพอก็ไม่รอดอะ) ซึ่งอันนี้ก็คล้ายๆกับตอนมิดเทอมคือ ถ้าจับหลักได้+ทำโจทย์มาระดับนึง ไฟนอลก็สบาย
คำแนะนำ: ท่องสูตรและใช้งานมันบ่อยๆ ละก็มีสติดีๆตอนไฟนอลเพราะตัวแปรเยอะมากกกก
ปล. ขออวดนิดนึง ตอนมิดเทอมผมกลัวทำได้น้อยมากๆ เพราะตอนเทอม 1 ผมได้เยอะตลอด ผมเลยฟิตมิดเทอมมากๆจนได้ TOP SEC เลยอะ (แต่เหนื่อยจริงๆ) ตอนไฟนอลผมเลยเทไปอ่านวิชาอื่นละก็จัด 1-Day Miracle ผลก็ออกมาดีกว่าที่คิด (ทำไม่ทัน 3 จาก 90 คะแนน) เอาจริงผมโล่งใจมากเพราะอยากลองทำสักครั้ง ถถถ (สถานการณ์ทุกอย่างมันให้ด้วยแหละตอนนั้น)
9. General Physics II
การตัดเกรด: อิงเกณฑ์ (Midterm 50 + Final 50 + HW 4)
เนื้อหาที่เรียน: ไฟฟ้าทั้งหลาย, แม่เหล็ก, แสง, สัมพัทธภาพ, ฟิสิกส์ยุคใหม่ (ง่ายๆคือเนื้อหาพวกม.6)
รีวิว: เหมือนกับเจนฟิ 1 เลย ก็คืออย่าทิ้งเนื้อหาม.ปลาย บวกกับเนื้อหาเทอมนี้ค่อนข้างเข้าใจยาก (โดยเฉพาะสัมพัทธภาพนี่ตัวดีเลย) รวมถึงอาจารย์ออกข้อสอบมิดเทอมโหดมาก เพราะเห็นว่าเทอมที่แล้วคนได้ A เยอะ ซึ่งผลคือคะแนนเฉลี่ยของวิศวะประมาณ 19/50 อะ (อ่านไม่ผิดครับ) ปล. เอาจริงๆผมว่ามันก็ไม่ได้โหดขนาดนั้นแต่ถึกมากกว่า ส่วนเรื่องสูตร ข้อสอบก็ยังคงให้มาเหมือนเดิมครับ แต่คราวนี้สูตรมันจะเยอะแยะไปหมด ถ้าไม่แม่นจริงๆมีโอกาสงงในห้องสอบสูงมากครับ
ลักษณะข้อสอบ: เหมือนเจนฟิ 1 แต่ยากกว่ามากๆ คิดดูครับ การบ้าน 15 ข้อสอบกลาง 35 เฉลี่ย 19 แสดงว่าคนส่วนใหญ่ทำได้แค่การบ้านกับข้อสอบกลางอีก 1 ข้อ ดังนั้น เตรียมตัวมาเยอะๆนะครับ
คำแนะนำ: เหมือนเจนฟิ 1 เลยครับ แต่ต้องทำโจทย์เยอะมากๆๆๆๆๆๆ และฝึกคิดเลขให้เร็วด้วย ส่วนไฟนอล เนื้อหาส่วนใหญ่มันดูเป็นนามธรรมมากๆ ดังนั้นอาจจะต้องให้เวลาทำความเข้าใจกับมันเยอะๆครับ
10. General Physics Laboratory II
การตัดเกรด: ควิซ 10 + เข้าเรียน 60 + Final 30
รีวิว: เหมือนเดิมทุกอย่าง แต่เหมือนเขาจะมี qr code เช็คชื่อและซีเรียสเรื่องความตรงต่อเวลามากขึ้น (ละประเด็นคือผมไปสายบ่อยเพราะมันเรียนเช้า T_T) ส่วนไฟนอลผมว่าง่ายลงกว่าเดิมนะ
11. Experiential English II
การตัดเกรด: อิงเกณฑ์ (Attendance 5 + Writing 20 + Presentation 20 + Reflection 5 + Midterm 25 + Final 25) ดูเผินๆเหมือนเทอม 1 แต่จริงๆจะต่างกันอยู่นิดนึงครับ เทอมนี้ผมโชคดีมากๆ ได้ครูแจกคะแนน
ปล. Midterm คะแนนดิบยัง 30 คะแนนเหมือนเดิมแต่หารเหลือ 25
รีวิว:
- Attendance - ของเซคผมต้องไปเข้าเรียนเพราะอาจารย์จะเช็คชื่อให้ T_T
- Writing - มี 4 ครั้ง ครั้งละ 5 คะแนน โดยมีทั้งงานเดี่ยวและงานคู่ แล้วพอเขียนเสร็จอาจารย์จะตรวจแล้วให้ feedback มา
- Presentation - มี 2 ครั้ง ครั้งละ 10 คะแนน โดยที่เขาจะกำหนดหัวข้อมาให้ แล้วเราก็ไปเตรียมสไลด์กับบทพูด ละก็ซ้อมพรีเซ้น (เอาจริงๆโดยรวมก็เหมือนเดิมแหละ)
- Reflection - อันนี้คือให้ไปทำกิจกรรมใน CULI มา 2 อัน ละก็มาตอบคำถาม ประมาณว่าได้เรียนรู้อะไรจากการเข้าร่วมบ้าง
ปล.เอาจริงๆมัน fake ได้ - Midterm & Final - ข้อสอบจะแบ่งเป็น 2 พาร์ท พาร์ท 1 เป็นช้อยส์ (reading) 15 ข้อ 15 คะแนน ซึ่งอารมณ์ก็เหมือนทำ TGAT Eng แหละแต่ว่าช้อยส์คือกำกวมมาก ตัดเหลือ 2 ช้อยส์ตลอด ละพาร์ท 2 ก็จะเป็นเขียน 15 คะแนน โดยที่เขาจะมีหัวข้อมาให้เลือก ผมแนะนำให้เขียนหัวข้อที่เรามีประสบการณ์ด้านนั้นๆมาก่อน จะได้เร็ว
- หัวข้อที่ผมจำได้
- วิธีคุมเวลาเล่นโทรศัพท์
- สาเหตุที่เด็กไม่ประสบความสำเร็จในการเรียน
12. General Chemistry
การตัดเกรด: อิงกลุ่ม (HW 25 + Midterm 40 + Final 30 + Quiz 5)
รีวิว : วิชานี้ให้ฟีลลิ่งเหมือนเรียนเคมีตอนม.ปลายเลย เพียงแต่ความยากคือเหมือนรวมม.ปลาย 3 ปีไว้ในเทอมเดียว (ถึงแม้จะตัดบางบทออกไปก็เถอะ) ทำให้เนื้อหามีปริมาณเยอะมากๆ และต้องวางแผนการอ่านให้ดีๆ ไม่งั้นอ่านไม่ทันชัวร์ๆ แต่ถ้าพื้นฐานเคมีม.ปลายดีจะสบายมากๆ โดยเฉพาะไฟนอลคือเนื้อหาทุกอย่างแทบเหมือนม.ปลายเลยแหละ (แต่ผมพื้นฐานไม่ดีก็ต้องอ่านหนักหน่อย)
- Homework - หลังเรียนเสร็จ อาจารย์จะสั่งแบบฝึกหัดมาให้เราทำ ซึ่งจะนับคะแนนสูงสุดจากการทำ 5 ครั้งแรก ส่วนนี้ผมแนะนำให้ลองทำด้วยตัวเองก่อนเพราะจะเป็นการทบทวนเนื้อหาไปด้วย แล้วถ้าข้อไหนผิดก็ไปถามเพื่อนทีหลังได้ ถ้าขยันทำก็เก็บมาได้ 25 จาก 100 เลยนะ ถือว่าเยอะมากๆ
- Midterm
- Choice 50 ข้อ 20 คะแนน ออกทฤษฎีเยอะ ค่อนข้างมีจุดหลอกมากพอสมควร
- Written 10 ข้อ (มั้ง) 20 คะแนน อาจารย์หาเรื่องหักคะแนนเก่งมาก 5555 ละก็ตรงแนวข้อสอบเก่ามากๆด้วย มีข้อนึงเขาก็อปโจทย์ เปลี่ยนชื่อสาร (ละประเด็นคือเปลี่ยนไม่ครบด้วยนะ)
- Final
- การเก็บคะแนนค่อนข้างแปลก เพราะข้อสอบมีคะแนน 82 คะแนน ซึ่งจริงๆแล้ว มันเต็มแค่ 60 ส่วนอีก 22 ถือว่าเป็นคะแนนโบนัส นั่นหมายความว่า ถ้าทำได้ 60/82 ไฟนอลก็ได้เต็มแล้ว ฟังดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ แต่ความจริงแล้ว แค่ได้ทำ 60 คะแนนก็ถือว่ายากแล้ว 555
- Choice 50 ข้อ 50 คะแนน ข้อสอบเน้นคำนวณมากๆ ตอนทำคืออ่านโจทย์ปุ๊ปต้องรู้เลยว่าใช้วิธีอะไรทำ และต้องกดเครื่องคิดเลขเร็วด้วย
- Written 11 ข้อ 32 คะแนน อันนี้คือตัวบอสของจริง โจทย์บางข้อคือให้เป็น passage มาเลยอะ ถ้าไม่แม่นหรือทำโจทย์มาไม่พอคือจบแบบจริงๆเลย เพื่อนผมหลายๆคนที่คะแนนเก็บอยู่กลุ่มบนๆทำไป 2-3 ข้อเอง
- Quiz
- เป็นควิซเรื่องสมดุล มี 6 ข้อ 5 คะแนน ไม่ได้ยากมากแต่ต้องเข้าใจเนื้อหา
13. General Chemistry Lab
การตัดเกรด: อิงกลุ่ม (Attendance 10 + Quiz 25 + Midterm 25 + สอบ Lab 20 + Lab Report 20)
รีวิว : วิชานี้เขาก็จะจัดกลุ่มแลป 4 คนเรียงตามรหัสนิสิต ละก็จะแบ่งเป็นกลุ่มย่อย 2 คน ซึ่งเรากับเพื่อนก็จะได้ช่วยกันทำแลปและเขียนสรุปผลการทดลอง ซึ่งมักจะทำเสร็จไม่ทันในคาบและต้องไปหาเวลานั่งทำต่อจนเสร็จตลอด
- Attendance : ไม่มีอะไรมาก แค่มาให้ทันและไม่ทำพฤติกรรมที่ผิดกฎ เช่น ดื่มน้ำ ทำสารหก ทำอุปกรณ์แตก ไม่ใส่เสื้อกาวน์ขณะทำแลป
- Quiz : ในช่วง 10 นาทีแรกของการเริ่มเรียนอาจารย์จะให้ทำ quiz 5 ข้อ คะแนนรวม 3.125 คะแนน ผ่านระบบ mycoursevile ซึ่ง 1 อาทิตย์ก่อนคาบเรียนอาจารย์ก็จะมีคู่มือการทดลองมาให้อ่าน ควิซส่วนใหญ่ก็จะออกตามคู่มือเลย
- ปล. ต้องเช็คชื่อก่อนถึงจะทำควิซได้นะ เนียนทำบนรถไฟฟ้าไม่ได้นะ 5555
- Midterm : ข้อสอบมี 50 ข้อ 25 คะแนน ออกทุกอย่างในคู่มือการทดลอง เน้นอ่านมาเยอะๆพอ 555 ละก็บางสูตรเขาไม่มีให้นะ ต้องจำเอง
- สอบ Lab : เป็นการสอบไทเทรตสาร โดย 2 ชม.แรกจะมีการบรีฟแลปและให้เราลองฝึกทำเองก่อน แล้ว 1 ชม.สุดท้ายก็จะให้เด็กมารับสารไปไทเทรตหาความเข้มข้นเอง เป็นแบบนี้ทั้ง 2 แลปเลย
- Lab Report : ก็คือใบเขียนผลการทดลองอะแหละ หลังทำการทดลองเสร็จก็ไปนั่งเขียน (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการลอกกันเองมากกว่า แบบต่างคนต่างทำพาร์ทของตัวเองละก็มาแชร์กัน ถถถ) ละก็ส่งไม่เกิน 4 โมงเย็นในวันถัดไป (ซึ่งมันดูเหมือนง่ายนะ แต่ทำจริงคือใช้เวลานานมากกกก)
14. Engineering Drawing (FINAL BOSS for me)
การตัดเกรด: อิงกลุ่ม (Quiz 5 + HW 10 + Project 5 + Midterm 40 + Final 40)
วิชานี้เป็นอีกวิชาสำคัญเลยของคณะ และก็เป็นวิชาที่ผมมีปัญหามากที่สุดด้วย (มองรูปไม่ออก) แต่ตอนแรกผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะ จนคะแนนมิดเทอมออกนี่แหละ... งานเข้า!!! ไฟนอลคือผมฟิต Drawing หนักจัดๆเลย แบบทุ่มสุดตัวให้กับมันเลยอะ ซึ่งผลคือผมทำได้ดีกว่ามิดเทอมมากๆเลยแหละ
รีวิว:
- Quiz (Self Assessment) - ก็เหมือนของเคมี หลังเรียนเสร็จจะมี quiz ให้ทำ แต่ทำได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะ ต้องเช็คกับเพื่อนดีๆก่อนส่ง
- Homework - ในบางสัปดาห์ อาจารย์ก็จะสั่งการบ้าน ซึ่งจริงๆก็คือการทวนเนื้อหาที่สอนไปแหละ การบ้านก็จะมีทั้งวาดภาพในกระดาษและในโปรแกรม Fusion 360 แนะนำให้ทำแล้วตรวจทานหลายๆรอบ ถ้าอยากมั่นใจว่าได้เยอะจริงๆ เพราะอาจารย์เขาตรวจละเอียดมาก
- Project - อันนี้ก็จับกลุ่มกับเพื่อน 5-6 คนออกแบบสิ่งของตามหัวข้อที่อาจารย์กำหนดให้ ซึ่งเทอม 2 หัวข้อคือเก้าอี้ ฟังดูเหมือนง่ายแต่ประเด็นคือต้องออกแบบให้มี 6 ชิ้นส่วนที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้กลุ่มของผมต้องประชุมกันนานเลยแหละ
- Midterm
- Orthographic (ให้ภาพ 3 มิติมาละวาด Front, Top, Right View)
- Isometric (ให้ Front, Top, Right View มาละวาดภาพ 3 มิติ (กลับกันกับ Ortho))
- Auxiliary View (ให้วาดวิวจากการมองแบบเอียงๆ)
- Missing View (ให้ 2 วิวมาละวาดวิวที่ 3)
- Subjective & Objective Test (อธิบายไม่ถูกอะ เอาเป็นว่าประมาณนี้ละกัน)

- Final
- Dimension (ให้ Front, Top, Right View มาละก็ระบุขนาด)
- Section View (ให้วาดวิวที่เกิดจากภาพตัด)
- ปล. มีการออกผสมกับ Missing View ด้วย ยากมากกกกกก
- Assembly (ให้วาด Front View จากชิ้นส่วนเยอะๆที่เอามาประกอบกัน)
- Subjective & Objective Test (ออกหลากหลายมาก ค่อนข้างยากเลยแหละ)
เอาจริงๆพอมาเรียนวิชานี้ผมรู้เลยว่าการที่เราไม่ถนัดวิชาใดวิชาหนึ่ง มันเป็นยังไง เพราะอย่างผมคือใช้เวลามองรูปนานมากๆในขณะที่เพื่อนมองออกเร็วมาก แต่ผมก็สู้จนมาถึงตรงนี้ได้ ส่วนเกรดก็แล้วแต่โชคชะตาละกันเนอะ ถถถ (หมดกระดาษไปเยอะมากกกก)
ก็จบไปแล้วกับการรีวิวการเรียนในรั้ววิศวะจุฬาปี 1 ปีการศึกษา 2565 นะครับ ถ้ามีตรงไหนคิดออกจะมาเขียนเพิ่มครับ สำหรับตอนนี้ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ
สุดท้ายนี้ก็ขอแสดงความยินดีกับว่าที่รุ่นน้อง CU Intania ทุกๆคนนะครับ
From รุ่นพี่ CU Intania 106 คนหนึ่ง
Comments
Post a Comment