รีวิววิชาภาคไฟ วิศวะจุฬา ปี 2 เทอม 2

 ปี 2 เทอม 2 (ปีการศึกษา 2566)

เทอมนี้เน้นวิชาภาคทั้งหมด (เลข 1 ฟิสิกส์ 3) และอังกฤษสำหรับวิศวะ ควิซน้อยลงแต่เนื้อหายากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน พี่ถนัดเลขมากกว่าฟิสิกส์ แต่ถ้าใครถนัดฟิสิกส์มากกว่าเลข อาจมองต่างออกไป


Elect Eng Math II (EE Math II / แมทสอง)

  • เนื้อหา: Linear Algebra จนถึงควิซสอง ส่วนไฟนอลเป็น Complex Analysis ไม่เกี่ยวกันเลย และวิชานี้ก็ไม่เกี่ยวกับ EE Math I
  • HW (6 คะแนน): จับกลุ่มทำการบ้าน แนะนำให้ทำทุกข้อแล้วมาแชร์วิธีทำ จะได้ฝึกโจทย์ไปด้วย
  • Quiz (24 คะแนน): ได้คะแนนง่าย ควรเก็บ
  • Midterm / Final (อย่างละ 35 คะแนน): ยากกว่าควิซ มีข้อ challenge 1-2 จาก 6 ข้อเสมอ มิดเทอมยากกว่าไฟนอลเพราะจุดที่คิดเลขผิดเยอะกว่า
    • NTS: ข้อสอบตามที่เรียน ให้คะแนนง่าย ควรเก็บคะแนนจากพาร์ทนี้ให้ได้เยอะ ๆ
    • JSS: ข้อสอบ tricky ต้องฝันให้ออก เล่นกับทฤษฎีเป็นส่วนมาก
    • SAR: ข้อสอบตามที่เรียน แต่ตรวจโหดมาก เริ่มต้นผิดอาจไม่ตรวจต่อเลย เน้นแบ่งคะแนนเป็นส่วนๆ
  • สไตล์การสอน:
    • NTS: ใจดี สอนละเอียด เข้าใจง่าย มีแจกขนม
    • JSS: ดุ มาสายโดนไล่ออก ชอบเรียกถามเด็ก ให้ออกไปแสดงวิธีทำหน้าห้อง
    • SAR: สอนน่าเบื่อ เน้นทฤษฎี ข้อสอบไม่ได้เน้น
  • แนวทางการเรียน: 
    • เรียนเซค NTS ดีสุด ถ้าลงไม่ติดให้ลง JSS หรือ SAR ตามความชอบ แต่ถ้าอยากได้ความรู้ลง JSS ดีกว่า เพราะพาทำโจทย์ ไม่เหมือน SAR
    • เข้าใจนิยามและทฤษฎีช่วงแรกๆ พอจับจุดได้จะสบายขึ้น ตอนสอบคิดเลขให้รอบคอบ ฝึกเขียนวิธีทำให้เป็นขั้นตอน อ้างอิงทฤษฎีให้ครบ คำตอบถูกการันตีขั้นต่ำ 9/10
      • มิดเทอมทำได้ 4 ข้อบวก partial อีกนิดก็การันตี top 10 (เผลอๆ top 5)
      • ไฟนอลเนื้อหายากกว่าเล็กน้อย แต่คิดเลขน้อยกว่า ถ้าต้องการ top 10 ทำได้ 5 ข้อบวก partial 
      • พยายามเก็บคะแนนควิซให้ได้ 80% ขึ้นไป
      • ตั้งใจทำการบ้าน การันตี B+
  • ปล.:
    • วิชานี้อิงกลุ่ม ถ้าอยู่ในแรงค์สูงๆ ไม่ B ก็ B+
    • คะแนนบนๆค่อนข้างห่าง ปีที่แล้วตัด A 80 B+ 70 (อย่างละ 6 คน)


Circuit Theory & Lab II (Cir II / เซอสอง)

  • เนื้อหา: 1st & 2nd Order Circuit, Node&Mesh&State Eqns., Complete Response, Two-Port Network, Bode Plot, Resonance ไม่เหมือน Cir I มาก
  • Attendance (5 คะแนน): ทำควิซผ่าน MCV บางปีอาจไม่มี สุดท้ายคิดเต็ม 95 แทน
  • HW (5 คะแนน): ชิวๆ ลอกการบ้านปีเก่าๆได้ (แต่ควรทำความเข้าใจ) ควรเก็บ 4.5/5 ขึ้น
  • Lab (10 คะแนน): มี 4 Lab จับกลุ่ม 2 คน ไม่ซีเรียสเหมือน Cir I แจกคะแนนมาก ควรเก็บ 9/10 ขึ้น
  • Midterm/Final (80 คะแนน): ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะมิดเทอม แต่ไฟนอลง่ายขึ้น หลายข้อคล้ายข้อสอบเก่าหรือแบบฝึกหัด
    • CPW, NHC: ออกคล้ายที่สอน บางข้อก็อปโจทย์ในห้องหรือการบ้าน แต่ NHC ตรวจโหดกว่า
    • MWS: ออกให้ใช้วิธีลัด มีข้อ tricky บ้าง แต่บางข้อซ้ำกับข้อสอบเก่า แจกคะแนนฟรีๆ
  • สไตล์การสอน:
    • CPW: ชิลล์ สอนเรื่อยๆ มีโบนัสตอบคำถาม แต่ไม่เอามารวมคะแนน
    • MWS: สอนเร็ว แต่ได้เทคนิคเยอะ ต้องมีสมาธิและพื้นฐานระดับนึง
    • NHC: สอนแบบ Active Learning เรียกถามนิสิต ชอบให้นิสิตถามจุดสงสัย ใส่ใจนิสิตเพราะเป็นหัวหน้าภาคไฟ
  • แนวทางการเรียน:
    • ลงเซคไหนก็ได้หมด เพราะไม่ได้บังคับเข้าเซคนั้นๆ
    • ทำโจทย์เยอะๆ เพราะเป็น concept ใหม่ ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจ
    • ทำข้อสอบเก่าและการบ้านย้อนหลัง 5 ปี โอกาสเจอข้อซ้ำเยอะ
      • มิดเทอมเก็บ 4 ข้อบวก partial การันตี top 10
      • ไฟนอลเก็บ 5 ข้อบวก partial การันตี top 10
      • ส่งการบ้านครบ ทำแลปดี การันตี B+
    • ทำควิซเช็คชื่อทุกครั้ง play safe
    • จับคู่กับเพื่อนที่ทำแลปเก่งๆ
  • ปล.:
    • วิชานี้อิงกลุ่ม ถ้าอยู่ในแรงค์สูง ไม่ B ก็ B+
    • ปีที่แล้วตัด A 80 (7 คน)
    • สายทฤษฎีน่าจะชอบ Cir II มากกว่า Cir I เพราะไม่ต้องสอบแลป


Electromagnetic Wave (Eng Emag / Emag / Wave)

  • เนื้อหา: Electrostatics, Magnetostatics, Electromagnetic (เหมือนฟิสิกส์ 2) อ. ที่สอนมี 3 คน (SAK, BTA, PJP) แยกสอนคนละพาร์ทตามลำดับ
  • Quiz (15 คะแนน): 3 ครั้ง ครั้งละ 5 คะแนน (1 ครั้งต่อพาร์ท) ออกคล้ายข้อสอบเก่า ไม่ยาก ฝึกจากตรงนั้นได้ ควรเก็บ 12/15 ขึ้น
  • Project (15 คะแนน): 3 ครั้ง ครั้งละ 5 คะแนน (1 ครั้งต่อพาร์ท) มีทั้งกลุ่มและเดี่ยว ใช้เวลาพอสมควร เก็บ 12/15 ก็โอเค
  • Midterm & Final (70 คะแนน): ออกตามที่สอน แต่ด้วยความที่ตัวเนื้อหายาก ทำให้ข้อสอบก็ยากตาม
    • SAK: ออกตามข้อสอบเก่า มีข้อย่อย แสดงวิธีทำและเลือกตอบ ตรวจใจดี ถึงคิดเลขผิด แต่ถ้ามาถูกทางก็ได้คะแนนบางส่วน
    • BTA: เน้นคำตอบ คิดเลขเสร็จต้องแทนค่าตัวแปร ข้อสอบออกตามที่สอน ไม่ยาก
    • PJP: ตรวจแจกคะแนน ข้อสอบคล้ายแบบฝึกหัดในห้อง จับ pattern ได้ก็พอทำได้
  • สไตล์การสอน:
    • SAK: สอนเร็ว อธิบายละเอียด ให้โจทย์เยอะ ทำที่อ.ให้ก็เพียงพอต่อการสอบ
    • BTA: สอนเหมือนนิสิตรู้อยู่แล้ว อธิบายเข้าใจยาก
    • PJP: สอนเรื่อยๆ ค่อนข้างน่าเบื่อ
  • แนวทางการเรียน:
    • ตั้งใจเรียน SAK, รุ่นพี่ ส่วน BTA ทบทวนฟิสิกส์ 2 และทำข้อสอบเก่า
    • ฝึกทำข้อสอบเก่าเยอะๆ คิดเลขให้รอบคอบในพาร์ท BTA
    • เนื้อหายากแต่พื้นฐานจากฟิสิกส์ 2 พยายามหน่อยก็เข้าใจได้
    • ตั้งใจทำโปรเจคและควิซ ทำสองอย่างนี้ดีและมิดเทอมไฟนอลอยู่ราวๆ top 10 การันตี B+
  • ปล.:
    • กลุ่มเป็นแบบสุ่ม แต่ทุกคนก็พยายามช่วยกันทำ ดังนั้นไม่น่ามีปัญหา
    • ปีที่แล้วตัด A 80 (5 คน)
    • ถ้าสอบมิดเทอมได้ต่ำกว่า 24/60 จะสอบซ่อมได้ แต่คะแนนสูงสุด 24/60
      • ปีที่แล้วสอบซ่อม 37 คน (ส่วนใหญ่ตายพาร์ท BTA)
    • ข้อสอบไม่ได้พลิกแพลงเยอะเท่าวิชาอื่น แต่ score distribution คล้ายกัน


Elec Mach & Lab I (Machine)


  • เนื้อหา: เรียนเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องจักรกล เช่น Motor, Generator และทำแลปใช้อุปกรณ์จริง จับกลุ่มละ 3 คน
  • Lab Quiz (10 คะแนน): ควิซสั้นๆ ก่อนเริ่มเรียน ให้เวลา 10 นาที แต่ละคนในกลุ่มจะได้คนละข้อ (มีทั้งง่ายและปานกลาง ไม่ค่อยยาก) ส่วนใหญ่ได้กัน 7-8/10
  • Lab Report (10 คะแนน): ชิวมากๆ ไม่ต้องเขียนเยอะเท่า Cir I หรือ Cir II ควรเก็บ 9.5/10 ขึ้น
  • HW (20 คะแนน): ชิวยิ่งกว่า Lab Report คล้ายๆ การบ้านปีเก่าๆ ลอกได้ ควรเก็บ 19/20 ขึ้น
  • Recitation (Bonus 5 คะแนน): ทบทวนเนื้อหาในสัปดาห์นั้นๆ และมี Quiz 1-2 ข้อใน mycourseville อ. มักแอบๆ เฉลยตอนสอน เก็บได้ 4/5 ถ้าขยันตื่น
  • Midterm & Final (60 คะแนน): โจทย์ส่วนใหญ่มาจาก HW กับ Recitation บางข้อก็อปมาตรงๆ หรือเปลี่ยนเลขนิดเดียว และคล้ายข้อสอบเก่า
    • เนื้อหามิดเทอมง่ายกว่าไฟนอล ควรเก็บ Midterm 27/30 ขึ้น ไฟนอลทำแค่ครึ่งนึงก็อาจได้ A
  • คำแนะนำ:
    • วิชานี้ไม่จำเป็นต้องเข้าเรียน อ่านสไลด์คร่าวๆ แล้วฟัง recitation ดีกว่า อ. พิสิษฐ์พล (PCR) สอนเข้าใจง่าย มีทบทวนเนื้อหาและอัดคลิปย้อนหลังลง YouTube
    • เก็บ Midterm, Lab Quiz ตั้งใจทำการบ้านและเขียน Lab Report ตื่นมาทำควิซบ้าง ไฟนอลจะชิวๆ
    • HW, Recitation สำคัญมาก ฝึกโจทย์จากสองอันนี้วนไปเรื่อยๆ ข้อสอบไม่ได้พลิกแพลงมาก
    • ถ้าไม่มีปัญหาตื่นเช้า พยายามทำควิซให้ครบทุกครั้ง
    • ถ้าขี้เกียจตื่นเช้า ก็ให้ตั้งใจทำมิดเทอม
    • วิชานี้แจก A มากสุดในเทอมนี้


Com Pres Skill (Com Pres)


  • เนื้อหา: เรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแบบเป็นทางการ ส่วนใหญ่เรียนกับอาจารย์ต่างชาติ ตัดเกรดอิงกลุ่ม
  • CV & Cover Letter (10 คะแนน): เลือกบริษัทจาก List ทำเหมือนสมัครงาน เขียนจดหมายและส่ง resume ควรได้ 8/10
  • Practice (15 คะแนน): ซ้อมก่อนสอบ 3 ครั้ง ครั้งละ 5 คะแนน ซ้อมกับอ. ใน sec ตัวเอง ควรเก็บ 13/15
  • Speaking Exam (45 คะแนน):
    • Job Interview (ต่อยอดจาก CV & Cover Letter)
    • Group Discussion (กลุ่มละ 5-6 คน ตัดสินใจเลือกโรงแรมสำหรับจัดประชุม)
    • Presentation (เลือกหัวข้อทางวิศวกรรมมาพรีเซ้นท์)
  • Listening Exam (30 คะแนน): ฟัง 2 รอบ มีทั้งช้อยและเขียน หัวข้อตาม Speaking ต้องตั้งใจฟังเพราะคนพูดพูดเร็ว
  • คำแนะนำ:
    • วิชานี้ยากสำหรับคนไม่เก่งพูด อาจารย์เน้น Body Language มากกว่าภาษาอังกฤษล้วนๆ ภาษาดีไม่ใช่จะได้คะแนนเยอะ 
    • ฝึกพูดเยอะๆ ถ้าไม่ใช่ทาง ให้ฟิตวิชาอื่นแทน (เอา B ก็โอเค)
      • ส่วนตัวมองว่า speaking เป็นอะไรที่ฝึกยาก (เหมือนกับ com prog, drawing) 
      • ดังนั้นถ้ามองเห็นแล้วว่าไม่ใช่ทาง การฝึกวิชาอื่นจะถือว่าคุ้มกว่า
  • ปล.:
    • วิชานี้มีหลายเซคที่ fix ภาคไว้แล้ว แต่ไปเรียนเซคอื่นได้
    • ซ้อมสอบกับอ.เซคตัวเอง สอบจริงกับอ.เซคอื่น
    • ไม่มีเช็คชื่อ แต่มีกิจกรรมในห้อง
    • ตัด A, B+ น้อยกว่า B มาก

Comments

Popular posts from this blog

รีวิวการเรียนวิศวะจุฬาปี 1 ปีการศึกษา 2565

รีวิววิชาภาคไฟ วิศวะจุฬา ปี 2 เทอม 1 ปีการศึกษา 2566