รีวิววิชาภาคไฟ วิศวะจุฬา ปี 2 เทอม 1 ปีการศึกษา 2566
สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมก็จะมารีวิววิชาเรียนปี 2 เทอม 1 ให้ฟังครับ บอกก่อนเลยว่าภาคไฟเป็นภาคที่เรียนค่อนข้างหนักเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ เพราะด้วยปริมาณเนื้อหาที่เยอะและเข้าใจยาก (เมื่อเทียบกับเวลา) รวมถึงมีควิซเยอะมากๆ แทบจะทุกสัปดาห์ เลยทำให้ต้องขยันอยู่ตลอดเวลา (พักได้บ้างแหละ แต่สักพักก็ต้องอ่านสอบควิซอีกแล้ว 😅)
ซึ่งในเทอม 1 จะเรียนวิชาเลขกันเป็นส่วนใหญ่ แล้วก็จะมีวิชาฟิสิกส์ อีกสองตัว แล้วก็วิชาสบายๆอีกหนึ่งตัว รวมเป็นหกตัว 19 หน่วยกิตครับ
มาเริ่มกันที่วิชาสบายๆก่อนดีกว่า
1. EE Essential - เป็นวิชาที่ค่อนข้างชิลล์มากๆ เพราะแค่ทำงานส่ง กับอ่านสอบนิดๆหน่อยๆ ก็ได้ A แล้วสัดส่วนการเก็บคะแนน
เกณฑ์การตัดเกรด : อิงเกณฑ์ A >= 80 ; B+ >= 75 ; B >= 70 ; C+ >= 65 ; C >= 60 ; D+ >= 55 ; D >= 50
- สอบ Matlab 35 คะแนน
- ควิซ 2 รอบ รอบละ 5 คะแนน ทำออนไลน์ จะให้เพื่อนหรือใช้ ChatGPT ช่วยก็ได้
- มิดเทอม 25 คะแนน
- ช้อย 20 ข้อ 10 คะแนน
- ข้อสอบออกสไตล์ “ถ้ารันโค้ดนี้จะได้ผลลัพธ์ยังไง” ก็ copy paste ใส่ Matlab ก็จบ
- มี simulink อยู่ 4 ข้อ เข้าใจค่อนข้างยาก ไม่ต้องอ่านก็ได้
- เขียน 3 ข้อ 15 คะแนน - ออกตามแนวข้อสอบเก่าเป๊ะๆ ท่องไปสอบได้เลย
- ทัศนศึกษา 35 คะแนน
- เช็คชื่อ 5 คะแนน - ห้ามสาย/ห้ามใส่รองเท้าแตะ
- Presentation ก่อนและหลังไป ครั้งละ 10 คะแนน - บอกว่าสนใจอะไรในตัวบริษัทบ้าง แล้วอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ
- Report 15 คะแนน - ก็อปที่พรีเซ้นมาใส่
- ถ้าขาดโดยไม่มีเหตุจำเป็น คะแนนหายไปเลย 17.5 คะแนน
- Mini Project 30 คะแนน
- ทำ Project 3 อัน อันละ 10 คะแนน (Communication ถ้าทำโบนัสได้ จะได้เพิ่ม 5 คะแนน) ก็ช่วยๆกันทำกับเพื่อนในกลุ่มให้เสร็จในห้อง
ต่อด้วยวิชาฟิสิกส์ 2 ตัวคือ Eng Mech (Engineering Mechanics) และ Cir 1 (Circuit Theory & Lab I) ซึ่งตัวแรกจะเรียนเกี่ยวกับกลศาสตร์ และตัวหลังจะเรียนเกี่ยวกับไฟฟ้า+ทำแลป
2. Engineering Mechanics - เป็นวิชาที่เรียนเกี่ยวกับกลศาสตร์ทั้งหมด โดยเนื้อหาจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ Statics (Midterm) และ Dynamics (Final) ซึ่งโดยรวมจะคล้าย Gen Phys 1 แต่ขั้นตอนจะเยอะกว่า และการวิเคราะห์ก็ซับซ้อนกว่ามากๆ ส่วนตัวมองว่า Final ยากกว่ามิดเทอมมากๆเพราะต้องวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของวัตถุในหลายๆแกน ในขณะมิดเทอม แค่พิจารณาแรงที่กระทำต่อวัตถุแล้วจับ SigmaF, SigmaM = 0 ก็จบ
เกณฑ์การตัดเกรด : อิงเกณฑ์ A >= 80 ; B+ >= 72 ; B >= 64 ; C+ >=56 ; C >= 48 ; D+ >= 40 ; D >= 35
สัดส่วนการเก็บคะแนน
- Homework 30 (16 งาน งานละ 1.875 คะแนน)
- ทำส่งก็ใช่ว่าจะได้เต็ม ต้องตั้งใจทำ แต่ก็เป็นคะแนนช่วยได้มากเลย
- Midterm 35
- ข้อสอบไม่ยากมาก แต่คิดเลขถึก และเกณฑ์การตรวจค่อนข้างโหด ทำให้หลายๆคนได้คะแนนน้อยกว่าที่คิดกัน
- Final 35
- ข้อสอบยาก ถึงแม้จะมีข้อง่าย แต่ข้อยากก็ยากเกินไปมากๆ รวมถึงข้อสอบพลิกได้หลายแนวไม่เหมือนมิดเทอม
3. Circuit Theory & Lab I
ทฤษฎี : เรียนเกี่ยวกับการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าด้วยวิธีต่างๆ โดยช่วงไฟนอลจะมีการใช้จำนวนเชิงซ้อนเข้ามาช่วยคิดเลขด้วย ซึ่งจริงๆก็เหมือนกับ Gen Phys 2 ในส่วนของไฟฟ้ากระแสตรง แต่จะมีการวิเคราะห์และแก้สมการเยอะกว่า ในส่วนของไฟนอลยากกว่ามิดเทอม แต่อาจารย์ก็จะบอกแนวข้อสอบมาให้ ทำให้เตรียมตัวได้ตรงจุดมากขึ้น
แลป : เป็นการฝึกทำแลปจริง เราจะได้ทดลองใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น Multimeter, Oscilloscope, Wattmeter รวมถึงต่อบนแผงวงจรจริงๆ ซึ่งถือว่าค่อนข้างยากสำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน (ถึงแม้ว่าจะอ่าน Lab Direction มาก่อน แต่ตอนทำจริงก็จะมีจุดที่ไม่เข้าใจอยู่ดี)
เกณฑ์การตัดเกรด : อิงกลุ่ม (ตัด C ที่ 50)
สัดส่วนการเก็บคะแนน
- Theory 75
- Quiz 15 (2 ครั้ง ครั้งละ 7.5)
- ไม่ค่อยยาก ออกตามข้อสอบเก่า
- Midterm 30
- ค่อนข้างยาก ถ้าไม่ได้ฝึกมาเยอะ อาจารย์ตรวจค่อนข้างกดคะแนนในบางข้อ
- Final 30
- ข้อสอบถึกมากๆๆๆๆ ตอนทำต้องนึกให้ออกเลยว่าต้องทำยังไง (แต่ก็ไม่รับประกันว่าจะทำทัน เพราะให้หาค่าเยอะมากๆ กดเครื่องคิดเลขจนมือเป็นระวิงเลยแหละ 555)
- Lab 25
- Lab Report 10
- อย่าขาดปฐมนิเทศ ไม่งั้นติด F
- ต้องส่งทุกแลป ขาดส่งไปแลปนึงจะติด F ทันที (ถ้าส่งช้าหักคะแนนแลปละ 1 คะแนน)
- แลปบางแลปค่อนข้างอันตราย ถ้าเป็นไปได้ก็ควรให้อาจารย์หรือรุ่นพี่เช็คให้เป็นระยะๆ ว่าต่อวงจรถูกไหม จะดีที่สุด
- แผงวงจรไหม้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ การถูกรุ่นพี่หรืออาจารย์
เทศน์บ่นในขณะทำแลปก็เช่นกัน - Bench Exam (สอบปฏิบัติการ) 15 (2 ครั้ง ครั้งละ 7.5)
- เป็นแลปกริ๊ง ให้เวลาแต่ละแลป 20 นาที
- ก่อนสอบ 1 สัปดาห์จะไม่มีการเรียนการสอน แต่จะให้ซ้อมแลปแทน ซึ่งควรมาเพราะจะช่วยฝึก skill ในการทำแลปได้ดีมากๆ
- อย่าคาดหวังว่าจะทำแลปทัน ถ้าไม่ได้คล่องจริงๆ (แต่ก็ควรมาซ้อม)
ตบท้ายด้วยวิชาเลขอีก 3 ตัว !!!! คือ Calculus 3, Prob Stat และวิชาในตำนาน EE Math I (สังเกตตัว I ด้านหลัง นั่นคือมีภาค 2 ต่อ 55555)
4. Calculus 3 III - เป็นวิชาที่เป็นภาคต่อจาก Cal I, Cal II โดยรวมเนื้อหาถือว่าเข้าใจยากระดับนึง แต่ถ้าทำได้แล้ว โจทย์ส่วนใหญ่ pattern จะซ้ำๆกัน และข้อสอบก็ไม่ได้ออกประยุกต์อะไรมากมาย ที่เหลือก็ฝึกการคิดเลข เพราะเลขค่อนข้างถึกและมีการคิดหลายขั้นตอนใน 1 ข้อ และวิชานี้ไม่ให้ใช้เครื่องคิดเลขตอนสอบนะครับ (เหมือน Cal I , Cal II)
เกณฑ์การตัดเกรด : อิงเกณฑ์ A >= 80 ; B+ >= 75 ; B >= 70 ; C+ >= 60 ; C >= 50 ; D+ >= 40 ; D >= 30
สัดส่วนการเก็บคะแนน
- Midterm 50 คะแนน (คะแนนดิบ 90 แล้วหาร)
- Final 50 คะแนน (คะแนนดิบ 90)
- แต่เนื่องจาก
อาจารย์อยากจะช่วยนิสิตข้อสอบไฟนอลยาก เลยคิดเป็นคะแนนเต็มแค่ 75 แล้วปรับเป็น 50 (พูดง่ายๆคือถ้าได้ 75/90 ขึ้นไปก็เท่ากับได้เต็ม)
เนื้อหาที่เรียน
- เรขาคณิตวิเคราะห์แบบ 3 มิติ
- ระบบพิกัดเชิงขั้ว
- แคลคูลัสเชิงอนุพันธ์ของฟังก์ชันค่าจริงของหลายตัวแปร และการประยุกต์
- การอินทิเกรตในระนาบพิกัด 3 มิติรูปแบบต่างๆ เช่น ทรงกลม ทรงกระบอก
- อินทิกรัลตามเส้น
5. Prob Stat Elec Eng - เป็นวิชาที่เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็น ช่วงแรกๆจะคล้ายๆม.ปลายแต่ช่วงหลังๆเนื้อหาจะเริ่มยากและเป็นนามธรรมมากขึ้น รวมถึงจะมีนิยามและสูตรใหม่ๆเพิ่มขึ้นเยอะด้วย ต้องอาศัยการทำโจทย์เยอะๆเพื่อที่จะมองภาพและตีโจทย์ให้ออกว่าต้องใช้สูตรไหน
เกณฑ์การตัดเกรด : A >= 80 , C >= 60 ที่เหลืออิงกลุ่ม (เกรดต่ำสุดคือ C)
สัดส่วนการเก็บคะแนน
- Homework 18 คะแนน (6 งาน งานละ 3 คะแนน)
- อย่าลอกเพื่อนเด็ดขาด เพราะถ้าอาจารย์จับได้คะแนนของการบ้านนั้นจะเป็น 0 ทันที (ซึ่งปีนี้ก็มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น)
- ถ้าคิดไม่ออกจริงๆ ขอดูวิธีทำเพื่อนได้ แต่ต้องทำความเข้าใจและนำมาเขียนในสไตล์ของตัวเอง
- หรือถ้าไม่อยากจริงๆ เว้นว่างไปก็ได้ ถ้างานไม่แย่เกินจริงๆ ยังไงก็ได้เต็ม
- Attendance 2 คะแนน
- quiz 2 ครั้ง ครั้งละ 5 คะแนน
- ข้ออสอบมักออกแนวซ้ำๆเดิม ดังนั้นจำข้อสอบเก่าไปได้เลย
- Midterm 30 คะแนน
- ใช้บุญเก่าม.ปลายได้เยอะอยู่ ควรเก็บคะแนนให้ได้เยอะๆ
- Final 30 คะแนน
- เนื้อหาเป็นของใหม่เกือบหมด ต้องอาศัยเวลาฝึกฝนมากๆ
- Project 10 คะแนน
- ทำเป็นกลุ่ม 3 คน จับกลุ่มเองได้
- ถ้าทำ Project ได้ Top 3 จะได้เพิ่ม 5 คะแนน
สัดส่วนการเก็บคะแนน
- quiz 4 ครั้ง ครั้งละ 7 คะแนน
- โดยรวมถือว่าไม่ได้ยากมาก ยกเว้น Quiz 3
- Midterm 36 คะแนน
- ปีนี้ค่อนข้างง่าย + อาจารย์ติวแนวให้ก่อนสอบ ทำให้คนทำได้กันเยอะมาก
- Final 36 คะแนน
- ยากมากกก หลายๆข้อค่อนข้าง tricky ไม่ก็ถึก และมีข้อ"เหลี่ยมจัด"ข้อนึง
- อาจารย์คนนึงบอกว่าพาร์ทที่ตัวเองออก ยังไงก็ได้เต็มแน่นอน ซึ่งคิดว่าน่าจะเต็มส่วนมากกว่า
Comments
Post a Comment